วันเข้าพรรษามาถึงอีกแล้วนะครับ ผมขอเป็นอีกแรงเพื่อส่งเสริมให้เกิดกิจกรรม

งดเหล้า เข้าพรรษา

อย่าเพิ่งเบื่อปิดหน้านี้ไปซะก่อนนะครับ… ผมไหว้ล่ะครับ -/\-

ลองอ่านที่ผมเขียนข้างล่างดูก่อน
เผื่อมันจะเป็นข้อมูลใหม่ๆ ที่ทำให้คุณเปลี่ยนใจหันมา “งด” หรือ “เลิก” เหล้าไปตลอดเลยก็ได้!


เมื่อก่อนผมก็กินเหล้าครับ แต่เลิกเด็ดขาดมาได้ประมาณ 8 ปีแล้ว

ผมเคยเป็นเด็กช่างครับ เรียน ปวช. สาขาช่างกลโรงงาน
เลิกเรียนก็เล่นดนตรี เล่นเกมส์ เล่นไพ่ และ “กินเหล้า” เป็นประจำ

ช่วงนั้น แม้ผมจะกินไม่เก่ง คอจะอ่อน แต่ก็รู้สึกฟินเวลาได้กิน
บรรยากาศก็ชวนให้กิน เพราะเพื่อนๆ ก็กินกันหมด
บางวันครึ้มๆ ก็ยังซื้อมากินคนเดียวก็มี

ต่อมาผมเข้ามาเรียนวิศวะต่อในกรุงเทพฯ
จับพลัดจับผลูได้เป็นประธานรุ่น ซึ่งไม่ค่อยได้ทำไร นอกจากติวหนังสือ
แต่อีกหน้าที่นึงก็คือ ต้องกินเหล้า เพราะเพื่อน รุ่นพี่ รุ่นน้อง ทุกคนกินหมด
ไม่กิน เค้าก็จะเสียอารมณ์ ผมก็จะเป็นคนแปลกแยก กลัวไม่มีสังคมด้วย

โชคยังดีว่า ลึกๆ ผมสงสัยอยู่เสมอว่า “ตรูกินทำไมฟะ
ไม่กินเราก็สนุกได้ ไม่กินเราก็เป็นเพื่อนกันได้ แต่ก็ยังไม่เลิก ยังติดว่าเกรงใจเพื่อนอยู่
จนผมได้บวชกับครูบาอาจารย์ที่ดีเลิศ ก่อนจะสึกผมถามคำถามท่านว่า

ผมอยากทำอะไรบางอย่าง เช่น เลิกกินเหล้า
แต่ก็กลัวเพื่อนจะไม่คบ จะเข้าสังคมไม่ได้ ผมจะทำยังไงดีครับ ?

ผมจำที่ท่านตอบแบบเป๊ะๆ ไม่ได้ แต่ท่านตอบประมาณนี้ครับ

ให้เราคบหากัลยาณมิตร คือเพื่อนที่ดี ถ้าเราทำสิ่งที่ดีแล้วเค้าไม่คบ
ก็ยังมีคนดีๆ อีกมากมายให้เราคบ ยิ่งถ้าเค้าเลิกคบเราเพราะเราไปทำสิ่งที่ดี
เราก็ยิ่งไม่ควรจะไปเสียดายเพื่อนคนนั้น

ออกจากวัดครั้งนั้น ก็ไม่เคยมีเหล้าเข้าปากผมอีกเลย!

ทุกวันนี้ ผมมีความสุขดีมาก ไม่ได้เสียอะไรไปในชีวิตเลย
รู้สึก “ภูมิใจ” เสมอที่เราทำได้ในวันนั้น

ผมเชื่อในเรื่องการ “ทำน้อยได้เยอะ” มันคือหลักการ
ที่ให้เรา “เลือกทำสิ่งที่สำคัญจริงๆ” ไม่ต้องเยอะ… แต่สิ่งนั้น “ให้ผลลัพธ์คุ้มค่า

และผมกล้าพูดเลยว่า “การเลิกเหล้า” ในวันนั้น
เป็น Action เล็กๆ ที่ “เปลี่ยนชีวิต” ผมไปตลอดกาล


ผมจั่วหัวไว้ว่า “เลิกเหล้า = รวย” เพื่อเลียนแบบสโลแกน “ให้เหล้า = แช่ง

นั้นเพราะผม “ร่ำรวยแบบครบวงจรได้เพราะเลิกเหล้า” มาก่อน
และเว็บนี้เป็นเว็บสอนการเงิน สอนการพัฒนาตัวเอง
ดังนั้น ผมจึงขอเล่าให้ฟังว่า ถ้างดหรือเลิกเหล้าได้ มันจะรวยครบวงจรได้ยังไง อะไรบ้าง

งดเหล้า = รวย

รวยที่ 1 : รวยเงิน

กินเหล้าต้องใช้เงิน ผมคงไม่ต้องบอก แต่ไม่กินแล้วจะได้อะไร ผมจะต้องขอแชร์นิดส์นึง!
เพราะแค่งดเหล้า ก็มีเงินเป็นล้านๆ ได้

สมมติว่า เรามีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการกินเหล้าเดือนละ 1,000 บาท
ซึ่ง “เว้ากันซื่อๆ” คือพันนึงนี่ยังน้อยไปครับ เพราะสำหรับหลายท่าน ถามตัวเองเถอะครับ ว่าใช้เท่าไหร่ ?

1,000 นึงประหยัดได้ มันจะรวยขึ้นซักแค่ไหนกันเชียว ปีนึงก็แค่ 12,000
ยอมไม่กินซัก 30 ปีจนแก่ก็ยังได้แค่ 30 x 12,000 = 360,000

ถามว่าคำนวณถูกมั๊ย ก็ถูกครับ ถามว่าผิดมั๊ย ก็ผิดอยู่ครับ

เพราะถ้าท่านรู้จักนำเงินนั้นไปหาดอกผล เช่น เดิมมันเป็นเงินกิน เงินเล่น เงินทำลายสุขภาพอยู่แล้ว
จัดไปลงทุนในกองทุนหุ้นที่เลียนแบบดัชนี (Index Fund) แบบง่ายๆ
ตัดบัญชีมาลงทุนรายเดือน เดือนละ 1,000 ได้ผลตอบแทนซัก 12% ต่อปีอิงตามสถิติระยะยาวของหุ้น

เงินเดือนละ 1,000 ลงทุน 30 ปีนี่ ไม่ใช่มีค่า 360,000 บาท นะครับ แต่จะมีค่าถึง

3,000,000 บาท

ผมว่ามันก็ทำให้รวยได้อยู่นา…
นี่ยังไม่นับว่าท่านจะประหยัดค่าใช้จ่าย “เครื่องเคียง” จากการกินเหล้าได้อีกหลายอย่างนะครับ


รวยที่ 2 : รวยสุขภาพ

ทุกวันนี้ คนเราตายด้วย “โรคที่เกิดจากการใช้ชีวิต” เยอะที่สุด

คุณพ่อผมท่านก็เสียด้วย “โรคมะเร็งตับ

ลดได้… หยุดได้… ท่านก็ทำเถอะครับ มันคือ Direct Action ที่ดีที่สุดที่จะรักษาชีวิตท่านไว้ได้

ทุกแก้วที่กิน ก็ขอให้นึกถึงวันที่ครอบครัว ลูก เมีย ต้องมาห้อมล้อมท่าน
คอยบอกให้ท่านทำใจดีๆ เพราะท่านกำลังจะตายแล้ว ตายแบบใจดีๆ จะได้ไปดีๆ

ระหว่างนั้นท่านหันไปมองกระปุกใสๆ ที่มีสายต่อเข้ามาในร่างกายท่าน
เมื่อก่อนมันเคยเป็นแค่น้ำเกลือเฉยๆ แต่ตอนนี้มันมีถุงเล็กๆ สีใสๆ ติดอยู่ด้วย
นั่นคือ “มอร์ฟีน” ที่ช่วยให้ท่านยังนอนอยู่ได้ โดยไม่ร้องครวญครางเพราะความเจ็บปวดจากเนื้อร้าย

น่าสลดนะครับ…

มะเร็งนอกจากทำให้ตายแล้ว ครอบครัวท่านยังจะมี “บิล” ที่ต้องชำระ
เพราะการเข้ารักษาด้วยอาการหนักๆ แบบนี้นั้น ค่าใช้จ่ายหลักแสนอาจจะเอาไม่อยู่
โดยเฉพาะเมื่อครอบครัวท่านบอกหมอว่า “ให้ทำอะไรก็ได้” เพื่อช่วยชีวิตท่านไว้

หลักการออมข้อนึงบอกไว้ว่า

ประหยัด 1 บาท = กำไร 1 บาท

ถ้าท่านสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายหลักล้านในการรักษาพยาบาลโรคที่เกิดจากเหล้า
ท่านก็จะรวยขึ้นหลักล้านด้วยเช่นกันครับ!


รวยที่ 3 : รวยความสำเร็จ

ในชั่วขณะที่ท่านสามารถงดหรือเลิกเหล้าได้สำเร็จนั้น
จะมีสิ่งนึงค่อยๆ ก่อตัว เกิดขึ้นข้างในจิตใจของท่าน สิ่งนั้นคือ

ความเคารพตัวเอง (Self Respect)

ความรู้สึกนี้มันจะเกิดทุกๆ ครั้ง ที่เราทำสิ่งที่ทำได้ยากและต้องฝืนใจได้สำเร็จ

คนที่เคารพตัวเองนั้น ถ้าเค้าอยากทำอะไร เค้าจะสามารถทำมันให้สำเร็จได้ไม่ยาก
เพราะเค้ารู้แล้วว่าถ้าเค้า “ทำจริง… มันจะได้ผลจริงๆ

นั่นคือการเลิกเหล้าได้สำเร็จ มันจะทำให้ท่าน “ตระหนัก” ว่าสามารถทำอะไรในชีวิตได้อีกเยอะ
ท่านจะเป็นคนที่มีข้ออ้างน้อย เป็นคนที่เชื่อมั่นในตัวเอง เป็นคนที่รักตัวเองได้อย่างแท้จริง

ต่อไปจะเริ่ม “สั่งตัวเอง” ได้มากขึ้น… เราก็รู้ใช่มั๊ยครับ ว่าตัวเรานี่แหละ สั่งยากที่สุด!


รวยที่ 4 : รวยบุญ (พลังที่มองไม่เห็น)

จำศีล 5 ข้อสุดท้ายได้มั๊ยครับ ที่ว่า…

สุรามาเป็นระยะ มาปะทะกับโซดา… เอ่อ นี่ไม่ใช่ครับ

ของแท้คือนี่ต่างหาก

สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานาเวระมณี สิกขาปะทังสะมาทิยามิ

ผมคงไม่ต้องบอกคำแปลอีกเช่นกัน เพราะเราก็ท่องกันมานาน… แต่เราทำรึยัง ?

หลายท่านที่กินเหล้า… ชอบทำบุญนะครับ

คือมีการแยกโหมดชัดเจน ว่าวันนี้ทำบุญ วันนี้กินเหล้า
นั่นก็คือ ลึกๆ ทุกคนก็อยากได้บุญ “อยากจะได้พลังเสริมจากสิ่งที่มองไม่เห็น” กันทั้งนั้น

ทราบมั๊ยครับ…  พระพุทธเจ้าท่านตรัสสอนไว้ว่า
บุญอันเกิดจากทาน คือการให้นั้น แม้ท่านจะทำมาก ทำดี ทำปราณีตเพียงใด
ผลบุญที่ได้รับ ก็ยังน้อยกว่าการรักษาศีลอย่างเทียบกันไม่ได้

ผมไม่ได้ขอให้รักษาได้ถึง 5 ข้อหรอกครับ เอาแค่ “ข้อเดียว” คือเรื่องกินเหล้าเท่านั้น
สำหรับผมมันคือศีลข้อที่รักษาได้ง่ายที่สุด โอกาสพลาดพลั้งมีน้อยที่สุด

ต่อไปทุกๆ ครั้งที่ท่าน “ฝืนใจได้” มีสติมากำกับว่า “อย่ากิน” หรือบอกตัวเองว่า “อดทนไว้นะเมิง
ท่านอย่าลืม Take Credit หรืออ้าแขนเตรียมรับผลบุญที่จะตามมาได้เลยครับ
มันคือบุญที่เกิดจากการ “ชนะตัวเอง” ไงครับ

งมงายไปมั๊ย หัวโบราณไปรึเปล่า ?

ถือเป็นความเชื่อส่วนบุคคลก็แล้วกันนะครับ… เพราะผมทำแล้วสบายใจ อิ่มเอมใจ
เคยเห็นผู้ที่ประสบความสำเร็จ ผู้หลักผู้ใหญ่หลายๆ ท่าน กระทั่งในภาคธุรกิจที่แข่งขันสูงๆ
ท่านก็มีธรรมมะเป็นหลักยึด ไม่ว่าจะศาสนาใดก็ตาม
ต่างก็มีการบำเพ็ญบุญ มีการพยายามทำตามสิ่งที่ครูบาอาจารย์ได้สั่งสอนไว้

จะว่าหัวโบราณ ? ผมนี่ละ “หัวโบราณตัวพ่อ” เลย
ของโบราณหลายอย่างดีมากนะครับ… เมื่อก่อนบ้านเมืองสงบสุขกว่านี้ โดยไม่ต้องเจริญเท่านี้
ผมว่าต้องเป็นเพราะคนโบราณเค้ามี “ของดี” ไว้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยว และเป็นกรอบในการดำเนินชีวิตแน่ๆ
ดังนั้น อะไรดีๆ ผมไม่ทิ้งครับ แต่ก็ไม่หยุดที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เช่นกันนะ… โลภครับ ^ ^


ปิดท้าย

ร่ายมาซะยาว… ก็เพื่อจะชวนมารวยด้วยกันนี่แหละครับ อย่าลืมนะครับ

งดเหล้า = รวย

รวย 4 ด้านนี้ได้ ชีวิตจะดีขึ้นจริงๆ… ลองทำหัวเบลอๆ “เชื่อคนง่าย” ดูซักปีมั๊ยครับ
ถือโอกาสตอนนี้ หันหน้าเข้ากระจก “ยิ้ม” และบอกกับตัวเองว่า  “เรา/ผม/ฉัน/หนู/กู จะลองทำดู!

ผมก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าที่แอบเถียงๆ อยู่ในใจเนี่ย ถ้าทำจริงจะแน่แค่ไหน ?

มากล้าทำในเรื่องดีๆ กันครับ!
ลองแล้วไม่ชอบ ท่านจะกลับไปกินอีกก็ได้ แต่รอบนี้ผมขอก่อน แค่ 3 เดือนเอง ^^


ช่องทางศึกษาเพิ่มเติม

ที่มาว่าทำไมลงทุนเพียงเดือนละ 1 พันบาท ถึงโตเป็น 3 ล้านบาทได้
http://www.a-academy.net/finance/personal-finance/05-planning-regular

มีด้วยหรือช่องทางลงทุนที่ให้ผลตอบแทน 12% ต่อปี
http://www.a-academy.net/finance/personal-finance/07-stock-index
http://www.a-academy.net/finance/personal-finance/08-stock-for-the-long-run

1 COMMENT

  1. สรรพสิ่งมีทั้งคุณและโทษอยู่ในตัวเอง
    สุราก็มีทั้งคุณและโทษเช่นเดียวกัน
    ถ้านำสุรามาใช้ให้เกิดประโยชน์ก็เป็นคุณ แต่ถ้านำมาใช้ไม่ถูกต้องก็เป็นโทษ
    ข้อดีของสุราคือ
    การดื่มสุราจะทำให้มีเพื่อนมาก, มีความสุข, ได้พูดคุย, หัวเราะ, สนุกสนาน ผู้ดื่มจะได้รับความสุขทั้งจากเพื่อนร่วมวงสุรา, ความสุขจากอรรถรสของสุราและอาหาร ถ้ารับประทานสุราในปริมาณที่พอเหมาะ สุราจะช่วยทำให้ร่างกายมีสุขภาพที่ดีได้ การมีเพื่อนมากก็มีข้อดีในเรื่องการทำมาหากินเช่นกันคือ เพื่อนแต่ละคนจะมีความรู้ดีกันคนละเรื่อง เพื่อนจึงสามารถช่วยเหลือให้คำปรึกษาแนะนำต่างๆ ทำให้ความรู้และวิสัยทัศน์ของคุณกว้างไกลขึ้น และยังสามารถให้ความช่วยเหลือคุณในเรื่องต่างๆ ได้อีก
    ข้อเสียของสุรา คือ
    1. ทำให้สูญเสียเวลา/สูญเสียโอกาสที่จะสร้างรายได้
    2. ทำให้สูญเสียค่าใช้จ่ายมาก ทั้งค่าสุรา, น้ำ, โซดา, น้ำแข็ง, อาหารกับแกล้ม, พนักงานบริการ ฯลฯ
    3. ถ้าดื่มบ่อยๆ ก็ติดสุรา ยิ่งติดก็ยิ่งดื่ม ยิ่งดื่มก็ยิ่งติด การดื่มสุรามากเกินไป จะมีผลเสียต่อสุขภาพร่างกาย ก่อให้เกิดการเจ็บป่วย ตลอดจนประสบอุบัติเหตุต่างๆ ได้ง่าย ทำให้สูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน
    4. การมีเพื่อนจำนวนมาก เพี่อนก็มักจะชวนกันไปเที่ยวเตร่, ตั้งวงดื่มสุรา, เที่ยวสถานเริงรมย์ และอื่นๆ แสวงหาแต่ความสุข, ใช้จ่ายแต่เงิน ไม่สนใจการทำมาหากิน
    5. เมื่อสูญเสียค่าใช้จ่ายมากก็ยากจน เมื่อยากจนก็เครียด เมื่อเครียดก็กินเหล้า เมื่อกินเหล้าก็ยากจนลงไปอีก นับเป็นวัฎจักรแห่งความชั่วร้ายประการหนึ่ง

    อย่ากลัวแตกต่างจากคนอื่น
    คนเป็นสัตว์สังคม มีความต้องการยอมรับจากสังคมเป็นเรื่องธรรมดา เพราะการต้องการยอมรับจากสังคมคือ ความต้องการพื้นฐานอย่างหนึ่งของมนุษย์ คนส่วนใหญ่จึงกลัวที่จะแตกต่างจากคนอื่น คนอยู่สังคมเดียวกันก็อยากจะเหมือนกัน ไม่กล้าที่จะแตกต่างเพราะกลัวสังคมไม่ยอมรับ แต่การกระทำเช่นนั้นอาจนำคุณไปสู่ความยากจนก็ได้
    สิ่งที่คนส่วนใหญ่คิด บางครั้งอาจจะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่บางครั้งก็อาจจะเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
    ตัวอย่างเช่น พี่น้องตระกูลไรท์ พี่น้องคู่นี้พยายามทดลองที่จะบินให้ได้เหมือนนก พวกเขาคิดวิเคราะห์แล้วว่าอาจมีความเป็นไปได้ที่คนจะบินได้เหมือนนก พวกเขาจึงพยายามพิสูจน์ความคิดนี้โดยการทดลองบินด้วยวิธีการต่างๆ เมื่อคนทั่วไปพบเห็นจึงไตร่ถาม แต่พวกเขาก็ไม่สามารถอธิบายให้คนอื่นฟังเข้าใจได้ ในสมัยนั้นยังไม่มีเครื่องบินหรือสิ่งของใดๆ ที่จะนำมนุษย์ขึ้นไปลอยอยู่บนฟ้าได้ เรื่องนี้จึงยากเกินกว่าคนสมัยนั้นจะเข้าใจได้ เมื่อไม่เข้าใจและคิดตามความคิดของพี่น้องคู่นี้ไม่ทัน ก็กล่าวหาว่าพวกเขาบ้า แต่พี่น้องตระกูลไรท์ไม่อายที่จะถูกกล่าวหาเช่นนั้น พวกเขาไม่กลัวความแตกต่างทางความคิด, ไม่ยอมแพ้ และ พยายามพิสูจน์ความคิดของตนเอง
    ทดลองครั้งที่ 1 ล้มเหลว ถูกผู้คนดูถูกเหยียดหยาม
    ทดลองครั้งที่ 2 ล้มเหลว ถูกผู้คนดูถูกเหยียดหยามยิ่งขึ้น
    ทดลองครั้งที่ 3 ล้มเหลว ถูกผู้คนดูถูกเหยียดหยามยิ่งขึ้น
    ทดลองครั้งที่ 4 ล้มเหลว ถูกผู้คนดูถูกเหยียดหยามยิ่งขึ้น
    ทดลองครั้งที่ 5 ล้มเหลว ถูกผู้คนดูถูกเหยียดหยามยิ่งขึ้น
    มีคนเล่าว่าพ่อของพวกเขาต้องขอร้องให้หยุด เพราะทนอับอายชาวบ้านไม่ไหว มีแต่คนดูถูกเหยียดหยาม แต่พวกเขาไม่หยุด ไม่กลัวที่จะแตกต่าง จนกระทั่งครั้งที่เท่าใหร่ไม่รู้ พวกเขาจึงค่อยๆ ทำได้สำเร็จ พวกเขาทำให้มนุษย์สามารถขึ้นไปลอยอยู่บนท้องฟ้าได้ ถึงแม้จะลอยอยู่ได้ไม่นานนัก แต่นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้พวกเรามีเครื่องบินใช้ประโยชน์อย่างมหาศาลในทุกวันนี้
    พวกเขาเคยถูกเยาะเย้ยถากถางดูถูกในช่วงแรก แต่ได้รับการยกย่องในเวลาต่อมา
    ฉะนั้นความคิดของคนส่วนใหญ่ในช่วงเวลาหนึ่ง ใช่ว่าจะถูกต้องเสมอไป พวกเขาอาจกำลังคิดผิดอยู่ก็ได้ สาเหตุเกิดจากการเข้าไม่ถึงองค์ความรู้นั่นเอง และคนที่รู้ก็อธิบายให้เข้าใจไม่ได้เช่นกัน
    อีกตัวอย่าง จำได้มั๊ย! ใครเป็นคนบอกว่าโลกของเราใบนี้มีลักษณะกลมเป็นคนแรก ในขณะที่คนส่วนใหญ่คิดว่าโลกมีลักษณะแบน เขาได้ศึกษาวิเคราะห์และสรุปว่าโลกน่าจะมีลักษณะกลม แต่เขาก็อธิบายให้คนอื่นฟังแล้วเข้าใจไม่ได้
    คนอื่นเชื่อเขาหรือไม่? ทุกคนคิดว่าเขาบ้า จนกระทั่งเวลาผ่านไป 200 กว่าปี คนจึงเชื่อว่าโลกกลมแต่เขาตายไปนานแล้ว ในระหว่างที่เขายังมีชีวิตอยู่คงถูกประณามน่าดู เป็นการประณามจากคนที่ไม่รู้ แต่คิดว่าตนเองรู้ ปัญหาเกิดจากการเข้าถึงองค์ความรู้เช่นกัน และคนที่รู้ก็อธิบายไม่ได้

    ปัจจุบันคนไทยส่วนใหญ่มีหนี้สินมากมาย คนที่ไม่เป็นหนี้มีจำนวนน้อย และคนที่รวยยิ่งมีน้อย แสดงว่าการใช้ชีวิตของคนไทยทุกวันนี้ ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตไปในเส้นทางที่นำไปสู่ความยากจน แล้วคุณยังจะทำตามวิถีชีวิต, ทำตามแนวคิดที่คนส่วนใหญ่ทำอยู่อีกหรือ? ถ้าคุณทำเช่นเดียวกับพวกเขา คุณก็ยากจนเช่นเดียวกับพวกเขา
    ทำไมไม่ลองทำสิ่งที่แตกต่างจากคนส่วนใหญ่บ้างล่ะ!
    การใช้ชีวิตในวิถีทางที่แตกต่างจากคนส่วนใหญ่ อาจจะทำให้คุณอาย,ไม่มั่นใจ, ดูไม่เป็นพวกเดียวกับพวกเขา การกระทำสิ่งที่แตกต่าง คนส่วนใหญ่อาจจะไม่เข้าใจเพราะเข้าไม่ถึงองค์ความรู้ พวกเขาอาจจะตำหนิติเตียนคุณในสิ่งที่คุณไม่ทำเช่นเดียวกับพวกเขา แต่คุณจะไม่ยากจนเช่นเดียวกับพวกเขา
    ผมไม่ดื่มเหล้าไม่สูบบุหรี่เช่นเดียวกับคุณเอ การไม่ดื่มเหล้าไม่สูบบุหรี่ของผมเป็นการใช้ชีวิตที่แตกต่างจากคนส่วนใหญ่ของสังคมไทย พวกเขาอาจจะถือว่าผมไม่ใช่พวกเดียวกับเขา ผมเข้าสังคมกับพวกเขาไม่ค่อยได้และพวกเขาก็ไม่ชวนผมไปร่วมดื่มเหล้าเที่ยวเตร่สนุกสนานด้วย บางครั้งผมรู้สึกน้อยใจบ้างที่ไม่ค่อยมีเพื่อน แต่ผมเชื่อมั่นในคำสอนพ่อแม่และครูที่สอนไว้ว่าสิ่งเหล่านั้นไม่ดี แต่คนส่วนใหญ่กลับไม่ปฏิบัติตาม และยังมองคนที่ปฎิบัติตามคำสอนที่ดีว่าไม่ใช่พวกของตนอีก
    ผมเชื่อคำสอนและยึดถือปฏิบัติ ถึงแม้จะทำให้ผมแตกต่างจากคนส่วนใหญ่ ถึงแม้พวกเขาจะไม่รับผมเป็นพวก แต่ผมไม่เสียเงินค่าบุหรี่, ค่าเหล้าและอาหารกับแกล้ม ผมจึงมีเงินเหลือเก็บมากกว่าพวกเขา และเงินเก็บสะสมของผมก็ไปทำหน้าที่สร้างรายได้เพิ่มให้ผมอีกทอดหนึ่ง
    นี่คือ สิ่งที่ผมได้รับจากความกล้าแตกต่างจากคนอื่นในสังคม

    อีกตัวอย่างหนึ่ง ในสังคมทหารมีค่านิยมว่าใครได้เป็นนายทหารสัญญาบัตร จะต้องมีรถยนต์ขับขี่เพื่อให้เหมาะสมกับเกียรติ/ฐานะ แต่ผมไม่ปฏิบัติตามค่านิยมนั้น ผมคิดว่าจะหาเรื่องใส่ตัวทำไม รถยนต์ราคาไม่ใช่น้อย ถ้าจะซื้อก็ได้แต่ต้องเป็นหนี้ก้อนโต เป็นเหตุให้ยากจน นั่งรถเมล์ประจำทางดีกว่าจะได้ไม่เดือดร้อน ต่อมาเมื่อมีเงินเก็บสะสมมากพอ ผมจึงซื้อรถจักรยานยนต์เพื่อความสะดวกในการเดินทางซึ่งก็ประหยัดกว่าซื้อรถยนต์มาก
    ผลจากการเก็บออมและลงทุน ทำให้ปัจจุบันผมมีทรัพย์สินมากขึ้น มีรายได้มากขึ้น มีเงินที่แบ่งสำหรับใช้จ่ายในแต่ละเดือนมากขึ้น ผมสามารถนำเงินส่วนแบ่งสำหรับใช้จ่ายนี้ไปซื้อความสุขความสะดวกสบายได้มากขึ้นรวมทั้งรถยนต์
    แม้ผมจะมีรถยนต์ใช้ส่วนตัวแล้ว ผมก็ยังคงใช้รถจักรยานยนต์ในการเดินทาง ทั้งไปทำงานและไปธุระ ( กรณีที่เดินทางคนเดียว ระยะทางไม่ไกลนัก ) ผมคิดว่าเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์ก็ไม่เห็นลำบากอะไร จะได้มีเงินเหลือเก็บให้มากๆ ผมคิดว่าช่วงนี้ของผม ยังเป็นช่วงสร้างตัวสร้างเงินทุนอยู่ ผมจึงควรเก็บเงินให้มากๆ แล้วไปเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ในภายหลัง
    ในสังคมของผมจะมีนายทหารสักกี่คนที่ไม่อายใคร กล้าขับขี่รถจักรยานยนต์ไปสถานที่ต่างๆ นายทหารส่วนใหญ่จะพยายามซื้อรถยนต์ขับขี่เพื่อให้เหมาะสมกับเกียรติฐานะที่พวกเขาตั้งกันขึ้นมาเป็นค่านิยม ทั้งๆ ที่รายได้ก็มีไม่มาก ราคารถยนต์เมื่อเทียบเงินเดือนที่ได้รับ ช่างห่างไกลกันมาก แต่พวกเขาก็พยายามหาหนทางซื้อรถยนต์ให้ได้ แม้จะซื้อด้วยเงินกู้ หรือ เงินผ่อนที่เสียดอกเบี้ยแพงก็ยอม พวกเขาไม่กล้าที่จะแตกต่าง พวกเขาเป็นห่วงเกียรติยศศักด์ศรีมาก จึงพยายามซื้อสิ่งของต่างๆ มาประดับบารมี หรืออาจเพื่อปกปิดซ่อนเร้นความจนของตน หรืออายที่จะปฏิบัติไม่เหมือนคนอื่น
    พวกเขาจึงยืมเงินอนาคตนำมาใช้จ่ายในวันนี้ เพื่อไม่ให้แตกต่างจากคนอื่น
    คนที่กล้าแตกต่างมีจำนวนน้อย ความคิด,ความเชื่อของพวกเขาไม่เหมือนคนส่วนใหญ่
    คนรวยส่วนใหญ่ก็มักจะมีความคิด, ความเชื่อ และการปฏิบัติแตกต่างจากคนทั่วไป
    เมื่อเป็นเช่นนี้คุณคิดว่าคนกลุ่มไหนกันแน่ที่มีความคิด, ความเชื่อ และ การปฏิบัติที่ถูกต้องเหมาะสมอย่างแท้จริง

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here