ผมเพิ่งแต่งงานได้ครบสัปดาห์ครับ

เราจัดงานกันเล็กๆ เลือกสถานที่ที่ใกล้บ้านทั้งสองฝ่ายที่สุด ไม่จัดโรงแรม ไม่จัดใจกลางเมือง ไม่มีอะไรแฟนตาซีมาก จัดเฉพาะงานกลางวัน เช้าเลี้ยงพระ สายหมั้น เที่ยงแต่ง ไม่มีแสงสีเสียงเปิดตัว ไม่มีตัดเค้ก ไม่มีน้ำแข็งแกะสลัก บ่ายก็ขับรถ Eco Car ที่ผมใช้ประจำกลับบ้าน เข้าหอ เป็นอันเสร็จพิธีการ

แพ็คเก็จถ่ายรูปก็ถูกๆ ถ่ายเสร็จได้ไฟล์รูปแค่ 15 รูป (ตอนนี้ยังปวดหัว ว่ารูปใหญ่ที่ได้ จะเอาไปเก็บไว้ไหน) แหวนหมั้น ก็เลือกด้วยกัน ใช้โปรโมชั่น 1 แถม 1 ซื้อจากแบรนด์ไทย Counter ตามห้างทั่วไป การ์ดแต่งงาน ไปทำที่มาบุญครองถูกๆ  เลือกแบบที่เค้ามีไว้ให้ แม้ตัวการ์ตูนบนการ์ดจะไม่เหมือนเจ้าบ่าวเจ้าสาว แต่ก็น่ารัก ง่าย สวย ประหยัด 

ของรับไหว้ เราให้เป็นข้าวสาร 150 สายพันธ์ 1 กก. ให้ญาติผู้ใหญ่เอาไปหุงผสมกับข้าวหอมกิน บนฉลากมีอธิบายสรรพคุณ ด้านสุขภาพ และการได้ช่วยชาวนาไทย ของชำร่วย เราไปทำบุญของที่ระลึกจากวัดวัดหนึ่ง เป็นพัดที่ม้วนๆ ใส่กระเป๋าได้ มีข้อความดีๆ บนพัด หลวงพ่อยังบอกว่า เพิ่งจะเคยเห็นคู่แต่งงาน มาซื้อของวัดไปเป็นของชำร่วย

สรุปเราหมดเงินไปประมาณหนึ่ง ซึ่งไม่มากมาย และได้รับเงินช่วยงานแต่งมาประมาณหนึ่ง ซึ่งเยอะมาก เมื่อเทียบกับเงินที่เราใช้จัดงาน

เราเริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยเงินที่เป็น “บวก”  เกือบเท่าตัวของเงินที่เราใช้จัดงาน

ได้จัดสรรเงินส่วนหนึ่งไปทำบุญ เป็นมงคงชีวิตคู่ เงินส่วนที่เหลือ ก็ใช้สร้างครอบครัวกันต่อไป

เราลาหยุดงานกันแค่ 1 วัน รุ่งขึ้นก็ไปทำงานต่างๆ ตามปกติ ไม่มีฮันนีมูนเลิศหรูอะไร
ที่รับปากกันไว้ ก็คงเป็นการไปเที่ยวเล็กๆ ในวันหยุดซักช่วง ชีวิตกลับสู่ความเป็น “ปกติ” เร็วมาก

แต่งงานแล้ว ก็พร้อมมากขึ้น มีเงินมากขึ้น รู้สึกถึงความ “พอเพียง” ได้แจ่มชัดมากขึ้น ^-^


มองรอบตัว กลับเจอเหตุการณ์ประหลาดๆ เช่น

ค่าเช่าชุดของบางคู่ แพงกว่าแหวนหมั้นผมกับแฟน บางคู่เลือกที่จะตัดเอา ซึ่งแพงมาก 

ค่าแต่งหน้าของบางคู่ สามารถเปิดโต๊ะจีนระดับที่ผมใช้ได้ 10 โต๊ะ!

บางคู่เห็นรายได้ ก็ไม่น่าจะมากมายอะไร แต่กลับจัดงานอลังการ เช้า กลางวัน เย็น After Party!

บางคู่ถึงกับต้องกู้เงินมาจัดงานแต่ง หรือกู้เงินมาเป็นสินสอด

เหตุผลที่ได้ยินบ่อยๆ ก็คือ แต่งงานแค่ครั้งเดียว “ขอครั้งหนึ่งในชีวิต” จะมาจากฝ่ายเจ้าสาว ฝ่ายเจ้าบ่าว หรือทั้งสองฝ่ายก็ตาม

ชวนให้ผมคิดว่า “ครั้งหนึ่งในชีวิต” อาจ “ทำลายทั้งชีวิต” ก็ได้


ได้งานหรูเลิศ “ถูกใจ” สักครั้งหนึ่ง

แต่ต้องตามใช้หนี้ หรือต้องมาเริ่มเก็บเงินสร้างตัวกันใหม่ ไปอีกหลายเดือน หลายปี
และอนาคตข้างหน้า ก็ยังจะมีค่าใช้จ่ายอะไรอีกมากมาย ที่ประดังเข้ามา ซ้ำเติมชีวิตคู่อีก… โดยเฉพาะเรื่องลูก

แทนที่จะได้เริ่มต้นอย่างมีความพร้อม กลับต้องมาเสียเวลา เสียพลังงาน  ตามแก้ปัญหาที่ไม่ควรจะต้องเกิด

รู้หรือไม่ ? ว่าเงิน 3 แสน ที่ใช้ไปในการจัดงานแต่ง ในอีก 30 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นเวลาที่คู่ชีวิตคู่นี้จะเกษียณอายุ จะเติบโตเป็นถึง 5 ล้านบาท หากลงทุนได้ 10% ต่อปี และ 9 ล้านบาท หากลงทุนได้ 12% ต่อปี

หรือหากไม่มองไกลถึงเกษียณ เงิน 3 แสนนี้ ในอีก 20 ปีข้างหน้า ก็จะโตเป็นกว่า 2 ล้านบาท  สามารถใช้เป็นทุนการศึกษาให้ลูกได้เรียนดีๆ โดยไม่ต้องเก็บเงินเพิ่มซักแดงเดียว!


บางคนอาจจะบอกว่า อยากจัดแบบพอเพียง มันก็อยากอยู่หรอก แต่คนรอบข้างไม่ยอม หรือ ห่วงสายตาชาวบ้าน ใครๆ เค้าก็จัดกันแบบใหญ่ๆ กันทั้งนั้น

คำถามก็คือ

เวลาเราทุกข์ เค้ามาทุกข์กับเรารึเปล่า ?
เวลาเราขัดสน เค้าช่วยเราจ่ายอะไรมั๊ย ?

หลายๆ อย่างเราก็มัวแต่คิดถึงคนอื่นมากไป อยากจะให้มันเป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้ ต้องให้ถูกใจคนนั้นคนนี้…

คนที่บางทีก็แค่มางานเราวันเดียว จะบ่นอะไรบ้าง แว๊บๆ เค้าก็กลับไปยุ่งกับปัญหาในชีวิตเค้าต่อแล้ว ไม่ได้มีผลอะไรกับชีวิตเราเลย

ส่วนคนที่รักเราจริง แม้งานเราจะเน่าแค่ไหน เค้าก็ยังรักเราอยู่ดีแหละครับ

31 COMMENTS

  1. ยินดีด้วยครับ ขอให้มีลูกพอใช้ มีหลานพอเพียง ถือไม้เท้ายอดทอง กระบองยอดเพชร

  2. ยินดีด้วยนะคะ ขอให้มีความสุขมากๆ ประสบแต่สิ่งที่ดีๆในชีวิต อุดมด้วยโชคลาภมั่งคั่งในครอบครัวใหม่ตลอดไป

  3. ยินดีด้วยครับคุณเอ ขอบคุณในบทเรียนต่างๆ และขอให้ชีวิตทั้งของคุณเอและภรรยาเจริญรุ่งเรื่องไปตามวิธีแห่งธรรมะครับ

  4. ยินดีด้วยน่ะค่ะคุณเอง ขอให้ผลบุญ และวิทยาทาน ที่คุณเอได้ทำมา ให้ชีวิตคุณเอและครอบครัว เจริญ ยิ่งยิ่งขึ้นไปค่ะ ต้องขอบคุณ คุณเอที่สอนให้รู้จัก การลงทุนในกองทุนมากมากค่ะ เพราะก่อนหน้านี้รู้จักแค่กองทุน ltf และไม่มีความรู้ความเข้าใจ เลิือกซื้อตามที่พนักงานแนะนำเท่านั้น แต่พอได้ดูคลิปของขึ้นเอแล้วมีความเข้าใจอีกเยอะเลยค่ะ

  5. จริงครับ งานแต่งผม เน้นเลี้ยงแขก ถือว่านัดเพื่อมาสังสรรค์กันมีโชว์พิเศษจากเพื่อนๆ ในงานมีแต่คนสนิทที่สนิทจริงๆแค่ 12 โต๊ะ เลือกจัดงานสวนอาหารริมแม่น้ำ (จริงๆ ผมรู้จักคนเยอะมากๆ ถ้าบอกหมดกลัวจะเป็นงานช้าง เลยเลือกแค่คนสนิทจริงๆ) ยินดีด้วยน่ะครับ ขอให้ชีวิตคู่ราบรื่นมีความสุขน่ะครับ

  6. อ่านที่คุณเอเล่าแล้ว ขอแสดงความนับถือภรรยาคุณเอเป็นอย่างยิ่ง ที่ร่วมกันแสดงความเป็นตัวตนที่สวนกระแส แบบนี้ทัศนคติตรงกัน นับเป็นเนื้อคู่กันโดยแท้ ยินดีด้วยครับ

  7. ยินดีด้วยนะค่ะ ขอให้ครองคู่รักดูแลกันตลอดไปนะค่ะ
    ขอแอบถามนิดได้มั๊ยค่ะ .. วัดไหนที่่ทำของชำรวยขายบ้างค่ะ ถ้าพอจะรู้ที่บอกหน่อยนะค่ะ เป็นไอเดียที่ดีเลยค่ะ ^^

    • ผมซื้อพัดที่ใช้ในงาน จากที่พระอาจารย์ประสงค์ ปริปุณฺโณ
      http://phraprasong.org/ ให้จัดทำขึ้นครับ

      ปล. ท่านไม่ได้ขายเป็นของชำร่วยหรอกครับ
      แต่พวกผมเอามาเป็นของชำร่วยเอง

  8. หนูคิดเหมือนพี่เลย
    หนูไม่ชอบความวุ่นวาย อยากได้เล็กๆ ยิ่งเฉพาะ ครอบครัว เพื่อนสนิท
    นี่ลองนึกเล่นๆนะคะ ฝั่งหนู คงไม่ถึง 50 คน
    หนูคัดสรรเฉพาะญาติๆ เพื่อนๆ ที่ไปมาหาสู่กันตลอด ช่วยเหลือกันตั้งแต่หนูยังเด็ก จนโต
    เท่านี้แหละคะ
    ขอบคุณมากนะคะ

  9. งานแล้วบรรลุชอบได้ด้วยตนเองเลยคะ อยากขอรายละเอียดการจัดงานได้ไหมคะ ที่ว่าเลี้ยงพระเช้า ที่ไหนยังไง เลี้ยงแขกเที่ยงอะไรแบบไหน เพื่อเป็นธรรมทานแก่ดิฉันด้วยนะคะ ขอบพระคุณคะ

    • ผมจัดที่ “เรือนไทยมหานคร” น่ะครับ
      เป็นแพ็คเก็จ All-in-one ราคากลางๆ ครับ
      ลองค้นในเน็ตดู ก็จะเจอข้อมูลครับ
      พวกเรือนไทยต่างๆ ก็ราคาใกล้เคียงกัน มีหลายแห่งให้เลือกครับ

  10. คู่ดิฉัน
    วันสงกรานต์ถามกันว่า แต่งงานกันมั้ย พอตกลงกันได้ว่า..แต่ง งั้นแต่งพรุ่งนี้เลยละกัน วันครอบครัวพอดี เป็นวันดีนะ ก็ไปซื้อของสำหรับเด็กประเภทนมกล่อง ไมโล ขนมปังปี๊บ พอดีช่วงนั้นวัดกำลังจะจัดบวชเณรภาคฤดูร้อนแบบไม่มีค่าใช้จ่าย
    เช้าวันที่ ๑๔ เรา ๒ คนก็เสื้อยืดกางเกงยีนส์ธรรมดา หอบหิ้วของไปที่ศาลา บอกหลวงพ่อว่า เรามาถวายสังฆทานในวันแต่งงาน มาขอพรจากหลวงพ่อ

    ท่านก็นำม้วนสายสิญจ์มาวางบนพาน สวดมนต์ให้ศีลให้พร เด็ดสายสิญจ์มาผูกข้อมือให้ และญาติโยมที่มาทำบุญวันนั้น ก็มาผูกข้อมือ

    พระฉันเสร็จ ก็นำอาหารที่เหลือมาล้อมวงทานกัน ทานข้าววัดเป็นมื้อแรกของชีวิตครอบครัว ^^

    งานแต่งงานของเรามีเท่านี้ค่ะ หมดเงินไปไม่กี่พันบาท

  11. งานแต่งของดิฉัน จัดที่เมืองนอก เจ้าสาวไม่มีญาติที่ไหนเลย มีเพื่อนคนไทยแค่2-3คน เจ้าบ่าวมีแค่คนในครอบครัว กับเพื่อนสนิท สิบกว่าคน เราไปแต่งกันที่ สวนสาธารณะใกล้ๆ บ้าน แต่งเสร็จ กลับมาที่บ้าน จัดปาร์ตี้เล็กๆ โดยเจ้าภาพมีเครื่องดื่มให้ ขอความร่วมมือจากแขกช่วยนำอาหารมาคนละหนึ่งอย่าง แขกก็ดีใจหาย ขนอาหารมาช่วยกันคนละหลายๆ อย่าง ฟังดูเหมือนอนาถามาก แต่แขกทุกคนสนุกกันมาก และ ทุกคนประทับใจกับงานเล็กๆ งานนี้ ตอนนี้แต่งมาเกือบสามสิบปีแล้วค่ะ

  12. งานแต่งคนรู้จัก คล้ายๆของคุณ ต่างตรงที่เค้าไม่รับซองค่ะ ยังไงก็ยินดีด้วยนะคะ

  13. คิดต่าง คิดดี และคิดเป็น ผลที่ได้จึงดีแตกต่างอย่างที่เป็น
    ชื่นชมและยินดีด้วยนะคะ

  14. ก็อยากทำแบบนั้น แต่ ของผมฝั่งเจ้าสาวไม่ได้คิดอย่างนั้นน่ะซิครับ คงต้องมาจ่ายหนี้กันอีกยาวๆ คิดแล้วเหนื่อย รายได้ที่หาได้แต่ละเดือนประนีประนอมกันเเล้ว คือหักหนี้หักค่าเก็บส่วนกลางกับค่าใช้จ่ายในบ้าน หักไปเก็บ+ลงทุนหมื่นห้า ที่เหลือยังต้องจ่ายให้เมียอีกเดือนละหมื่นห้า ผมรักและยอมเมียเลยทำอะไรไม่ได้ คงต้องลงทุนเท่าที่เหลือเดือนละ15000นี่เเหละ ทั้งที่น่าจะเก็บได้ตั้งเยอะจากรายได้ที่หาได้

  15. ขอแสดงความยินดีครับ ขอให้มีความสุข ความเจริญมากๆ เข้าอกเข้าใจกัน ช่วยเหลือเกือกูลกัน ความสุขในครอบครัวคือความสุขที่สมบูรณ์
    นิสัยคุณเอก็คล้ายๆผม เป็นนิสัยของคนส่วนน้อยในประเทศ คนส่วนน้อยมักถูกตำหนิจากคนส่วนใหญ่ที่ไม่ทำตามพวกเขา ความคิดความเชื่อของพวกเขาแตกต่างจากพวกเรามาก พวกเขาคิดว่าการกระทำของพวกเขาเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ส่วนความคิดของพวกเราเหมือนคนบ้า เป็นเช่นนั้นจริงๆ คนเรานี่แปลก ! ใครที่คิดเหมือนฉันคือคนปกติ ใครที่ฉลาดกว่าฉัน ฉันคิดตามไม่ทัน มันบ้า มันเพี้ยน
    ตัวอย่างคนบ้าในสายตาคนอื่นก็มีหลายคน เช่น พระพุทธเจ้า, ชีซีเพื่อนขงเบ้ง, คนที่บอกว่าโลกกลมคนแรก, พี่น้องตระกูลไรท์ ฯลฯ บุคคลเหล่านี้กว่าที่คนอื่นจะยอมรับว่าสุดยอด เวลาก็ผ่านเลยไปหลายปี
    ในฐานะที่ผมอายุมากกว่า มีประสบการณ์ชีวิตคู่พอควร จึงอยากจะให้อะไรคุณบ้าง เผื่อจะมีประโยชน์สำหรับคุณในการดำเนินชีวิตให้มีความสุข
    การแต่งงานมีทั้งข้อดีและข้อเสีย
    ข้อดีคือ ทำให้คุณเก็บสะสมเงินได้เร็วขึ้นถ้าต่างฝ่ายต่างมีรายได้ พร้อมนี้คุณยังได้อยู่ร่วมกับคนรักทุกวัน มีคนคอยเอาใจใส่ดูแล มอบความรัก ความอบอุ่น ความปรารถนาดี ช่วยเหลือ ห่วงใย
    ข้อเสียของการแต่งงาน คือ
    1. ความเป็นอิสระของคุณจะลดลง คุณอาจไม่สามารถทำบางสิ่งบางอย่างได้เหมือนเดิม
    2. คุณอาจจะพบปัญหาความแตกต่างระหว่างชายกับหญิง เช่น
    2.1 ความแตกต่างด้านร่างกาย, ความคิด/ความเชื่อ/ทัศนคติ
    2.2 ความแตกต่างด้านความต้องการทางเพศ
    ความแตกต่างด้านร่างกาย และ ความคิด/ความเชื่อ/ทัศนคติ
    ผู้ชายไทยที่แต่งงานกับผู้หญิงที่มีอายุใกล้เคียงกัน เมื่อวันเวลาผ่านไประยะหนึ่ง ก็จะมีบางคนพูดติดตลกในหมู่เพื่อนฝูงว่า “ เมียกู แก่ง่าย ตายยาก จู้จี้ขี้บ่น ”
    คำพูดนี้เป็นคำพูดที่ผู้หญิงไม่อยากได้ยินและไม่สมควรพูด แต่ก็มักเป็นคำพูดที่ผู้ชายใช้นินทาผู้หญิงเสมอ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ?
    วิเคราะห์ตามหลักวิทยาศาสตร์ คำพูดนี้ก็อาจมีส่วนจริงอยู่เหมือนกัน คือ
    1. เรื่องแก่ง่าย
    รายงานวิจัยทางการแพทย์บอกว่า สาเหตุเนื่องจากปริมาณการลดลงของฮอร์โมนคอลลาเจนที่ร่างกายผลิตขึ้นมาเพื่อใช้หล่อเลี้ยงผิวหนังให้ชุ่มชื้น เรียบเต่งตึง นวลเนียน
    เมื่อคนเริ่มมีอายุเกินวัยหนุ่มสาว ฮอร์โมนตัวนี้ปริมาณจะลดลงเรื่อยๆ แต่จะลดลงในอัตราที่ไม่เท่ากันระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย คือ ผู้หญิงจะลดลงเร็วกว่าผู้ชาย
    การลดลงของฮอร์โมนคอลลาเจน ทำให้ชั้นผิวหนังมีการยุบตัวลง เกิดริ้วรอย เหี่ยวย่น ผิวพรรณของผู้หญิงจึงลดความชุ่มชื้น เรียบเต่งตึง นวลเนียน มากกว่าผู้ชายที่มีอายุใกล้เคียงกัน
    2. เรื่องตายยาก
    เนื่องจากรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้หญิง เสี่ยงอันตรายต่อชีวิตน้อยกว่าผู้ชาย รวมทั้งการใส่ใจดูแลรักษาสุขภาพของผู้หญิงดีกว่าผู้ชาย
    ผู้ชายส่วนใหญ่มักจะมีลักษณะนิสัยการใช้ชีวิตที่เสี่ยงอันตรายต่อชีวิตมากกว่าผู้หญิง และไม่ค่อยสนใจดูแลสุขภาพตัวเอง อีกทั้งยังชอบทำลายสุขภาพตัวเองโดยการทำงานหนัก, กินเหล้า/สูบบุหรี่/เสพยาเสพติด, เที่ยวดึก/นอนน้อย/ไม่ค่อยได้พักผ่อน, เจ็บป่วยเล็กน้อยก็ไม่ค่อยไปพบแพทย์ ผู้ชายส่วนใหญ่จึงมักเสียชีวิตก่อนผู้หญิง
    ดังนั้นการทำประกันชีวิต บริษัทประกันจะเก็บเบี้ยประกันของผู้ชายสูงกว่าผู้หญิง เพราะเขารู้สาเหตุข้อนี้ดี จึงคิดเบี้ยประกันแพงกว่า
    สถิติของไทย ปัจจุบันพบว่าอายุขัยเฉลี่ยของผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย 6 ปี นั่นหมายความว่า ถ้าสามีอายุมากกว่าภริยา 5 ปี ภริยาจะเสียชีวิตหลังสามี 11 ปี ฉะนั้นผู้หญิงจึงควรเตรียมเงินไว้เลี้ยงชีพตนเองหลังสามีเสียชีวิตด้วย และ สามีที่ดีก็ควรสะสมทรัพย์สินต่างๆ ให้ภริยา/บุตรไว้ใช้จ่ายในรูปแบบต่างๆ เพื่อไม่ให้คนที่คุณรักต้องยากลำบากในวันข้างหน้า
    3. เรื่องจู้จี้ขี้บ่น
    สาเหตุอาจเป็นเพราะธรรมชาติในการคิดและมองเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตของผู้หญิงกับผู้ชายแตกต่างกัน คือ ผู้ชายส่วนใหญ่มักชอบคิดและมองเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตแบบกว้างๆ และมักทำแต่เรื่องใหญ่ๆ หรือ คิดวางแผนเป็นภาพรวมใหญ่ๆ ซึ่งในทางวิชาการเรียกว่า มองเชิงมหภาค ส่วนผู้หญิงมักเก่งในเรื่องของรายละเอียด หรือที่เรียกว่า เชิงจุลภาค
    เรื่องเล็กๆ ผู้ชายมักไม่ค่อยสนใจ เช่น ผมยาว/สั้น ผู้ชายไม่ค่อยใส่ใจ, เนื้อตัวเปื้อนดิน/เปื้อนฝุ่น/สิ่งสกปรก ผู้ชายก็ไม่ค่อยสนใจ ผู้ชายจะสนใจแต่เรื่องใหญ่ๆ เช่น ทำมาหากินอย่างไรจึงจะได้เงินมาก, สร้างบ้านแบบไหนจึงจะเหมาะสม, ซื้อรถยนต์ยี่ห้ออะไรจึงจะดี, ซื้อด้วยเงินสดหรือผ่อนผ่านสถาบันการเงินอะไร เป็นต้น
    ส่วนผู้หญิงเรื่องราวใหญ่ๆ ไม่ค่อยเข้าใจเท่าผู้ชาย ผู้หญิงสนใจแต่เรื่องเล็กๆ ที่เป็นรายละเอียดมากกว่า เช่น เรื่องสามีผมยาว ผู้ชายมักคิดว่าเป็นเรื่องไม่สำคัญ จะตัดเมื่อใดก็ได้ กระทำเรื่องอื่นที่สำคัญมากกว่าดีกว่า แต่ผู้หญิงกลับคิดว่าผมของสามียาวเป็นเรื่องสำคัญ แสดงถึงการไม่ใส่ใจดูแลตัวเอง ถ้าเป็นเธอจะตัดผมเรียบร้อยแล้ว เมื่อผู้หญิงอดทนต่อการผมยาวของสามีไม่ได้ ก็มักจะพูดว่าทำไมสามีไม่ยอมตัดผมสักที จะปล่อยให้ผมยาวเป็นฮิปปี้หรืออย่างไร
    เรื่องสามีเนื้อตัวสกปรก ผู้ชายมักคิดว่าเป็นเรื่องไม่สำคัญนัก เขาไม่อยากเสียเวลาทำความสะอาดร่างกาย ทำเรื่องอื่นที่สำคัญดีกว่า แต่ผู้หญิงกลับคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญ จึงมักพูดว่า ทำไมไม่ล้างให้สะอาด ปล่อยให้สกปรกเหม็นอยู่ได้ ไม่รู้จักดูแลความสะอาดเลย
    คุณจะเห็นว่า เรื่องเดียวกัน แต่คิดไม่เหมือนกัน เมื่อผู้ชายคิดว่าเป็นเรื่องไม่สำคัญและไม่ทำทันที แต่ผู้หญิงกลับคิดว่าสำคัญ จึงมักพูดเตือนให้ผู้ชายไปแก้ไขให้ดี คำพูดบ่อยๆ เหล่านั้น คือ เรื่องบ่นในความหมายของผู้ชาย
    เมื่อความคิดเห็นแตกต่างกัน ต่างฝ่ายต่างคิดว่าตนเองถูก จึงเกิดความรู้สึกเครียดและความไม่พอใจขึ้นทั้งสองฝ่าย
    ที่กล่าวมาทั้งหมด ผมไม่คิดจะกล่าวให้ร้ายใคร เพียงมีวัตถุประสงค์ให้คุณเข้าใจธรรมชาติของกันและกันเท่านั้น พร้อมกับให้อภัยและยอมรับในความแตกต่างของกันและกัน สามี/ภริยาจึงจะสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข
    เรื่องของรายละเอียดต่างๆ ผู้ชายมักเห็นว่าไม่สำคัญเท่าใด จึงมักมองข้ามปัญหาเหล่านี้ ผู้หญิงจึงควรเข้าใจและไม่ต่อว่าหรือตักเตือนผู้ชายมากนัก
    ส่วนเรื่องการขี้บ่นของผู้หญิง ก็เกิดจากการใส่ใจในรายละเอียด ในสิ่งที่ผู้ชายไม่สนใจมากนัก ผู้ชายจึงควรเข้าใจและให้อภัยในสิ่งเหล่านี้ของผู้หญิงด้วย
    เมื่อคุณเข้าใจธรรมชาติความแตกต่างระหว่างหญิงกับชาย คุณก็ควรดำเนินชีวิตให้สอดคล้องกับธรรมชาตินั้น เช่น
    1) ถ้าสามีต้องการให้ภริยามีความสุข สามีก็ไม่ควรปฏิบัติต่อภริยาโดยคิดแบบผู้ชาย แต่ให้ปฏิบัติโดยคิดแบบผู้หญิงแทน นั่นคือ การใส่ใจในรายละเอียดให้มากขึ้น เช่น
    – ควรจำวันสำคัญที่เกี่ยวข้องกับภริยาให้ได้ เช่น วันเกิด, วันแต่งงาน, วันแห่งความรัก เป็นต้น แล้วก็ทำวันสำคัญนั้นให้เป็นวันพิเศษกว่าปกติ เช่น ซื้อของขวัญหรือของชำร่วยมอบให้, กอด, จัดฉลองเล็กๆ เป็นต้น
    – ถ้าไปธุระต่างท้องที่ไม่สามารถกลับบ้านได้ในวันนั้น ก็ให้โทรศัพท์มาคุยกับภริยาด้วย แต่ถ้าคิดแบบผู้ชาย สามีอาจจะเห็นว่าการโทรศัพท์กลับมาคุยไม่เห็นจะสำคัญอะไร พรุ่งนี้ก็กลับบ้านแล้ว แต่ถ้าคิดแบบผู้หญิง นั่นกลับเป็นเรื่องสำคัญที่แสดงถึงความเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน
    – ถ้าภริยาประสบอุบัติเหตุ มีบาดแผลถลอกเล็กน้อย สามีควรเข้าไปสอบถามและช่วยเหลือทำแผลให้ แต่ถ้าคิดแบบผู้ชายก็อาจจะคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยไม่นานก็หาย เพราะผู้ชายมีแผลเป็นประจำ จึงไม่ถามไถ่หรือช่วยเหลืออะไร แต่สำหรับผู้หญิงกลับถือเป็นเรื่องสำคัญ ไม่มาดูกันหน่อยหรือ?
    2) ถ้าภริยาต้องการให้สามีมีความสุข ภริยาก็ควรปฏิบัติต่อสามีด้วยความรัก/ความเอาใจใส่และเข้าใจการปฏิบัติของสามีที่ไม่ใส่ใจเรื่องเล็กๆ หรือเรื่องที่เป็นรายละเอียดปลีกย่อย ผู้หญิงอาจจะคิดเห็นว่า เป็นเรื่องสมควรที่จะบอกกล่าวตักเตือนในเรื่องที่ไม่เรียบร้อยหรือดูไม่ดีของสามี แต่สามีกลับคิดตรงข้าม
    สิ่งที่ผู้หญิงบอก เขาก็รู้ ไม่ใช่ไม่รู้ แต่เขากลับคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น, ทำไมต้องใส่ใจมาก, ปล่อยไปบ้างไม่ได้หรือ ? ทำแต่เรื่องใหญ่ๆ ไม่ดีกว่าหรือ ?
    ผู้ชายมักหยิ่งในเกียรติและศักดิ์ศรีของตน การบอกกล่าวตักเตือนสามีในเรื่องที่เขาไม่ใส่ใจ เท่ากับเป็นการทำลายเกียรติศักด์ศรีของเขา เขาจะโกรธมาก แต่ผู้หญิงกลับคิดว่าเป็นเรื่องสมควรทำ ความคิดเห็นที่แตกต่างกันเช่นนี้ อาจก่อให้เกิดความไม่พอใจซึ่งกันและกัน เกิดเป็นรอยแผลในจิตใจ และอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดการหย่าร้างได้ในที่สุด
    อันที่จริงธรรมชาติสร้างความแตกต่างนี้ขึ้นมา ก็เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ในการดำเนินชีวิต ผู้ชายเก่งเรื่องมหภาคหรือภาพรวมใหญ่ๆ ส่วนผู้หญิงเก่งเรื่องจุลภาคหรือเรื่องรายละเอียดปลีกย่อย ถ้านำทั้งสองส่วนนี้มารวมกันก็จะช่วยทำให้งานที่ทำมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น
    โปรดอย่าลืมว่า! ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย ส่วนใหญ่ต่างมีความเก่งเพียงด้านเดียวเท่านั้น ผู้ชายมักเก่งในด้านการคิด, การวางแผนและการบริหารจัดการ ส่วนผู้หญิงมักเก่งด้านรายละเอียดปลีกย่อย คนเราควรเข้าใจและให้เกียรติซึ่งกันและกัน อย่าเอาความคิดของตนเองไปบังคับให้ผู้อื่นทำตามความคิดของตน เพราะผู้อื่นอาจไม่ได้คิดแบบคุณก็ได้ คุณอาจเห็นว่าเรื่องนั้นสำคัญ แต่ผู้อื่นอาจเห็นว่าไม่สำคัญ การพูดถึงเรื่องนั้นบ่อยๆ อาจเป็นการทำร้ายจิตใจกันได้
    ถ้าจะให้ดี ทั้งสองฝ่ายควรปรับตัวเข้าหากันคือ ผู้ชายควรให้ความใส่ใจในรายละเอียดเพิ่มมากขึ้น และผู้หญิงควรลดการพูดถึงเรื่องที่ผู้ชายไม่ค่อยใส่ใจ, ลดการว่ากล่าว, เตือน หรือ บังคับจิตใจผู้อื่นให้น้อยลง แล้วชีวิตคู่ก็จะดำเนินไปอย่างมีความสุขด้วยกันทั้งสองฝ่าย
    เรื่องความแตกต่างด้านปริมาณความต้องการทางเพศ เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่อาจทำให้เกิดปัญหาในชีวิตสมรสได้คือ
    ในวัยหนุ่มสาว ปริมาณความต้องการทางเพศระหว่างหญิงกับชายจะใกล้เคียงกัน จึงไม่ค่อยเกิดปัญหามากนัก แต่เมื่อเวลาผ่านไป ปริมาณความต้องการทางเพศระหว่างหญิงกับชายจะลดลงเรื่อยๆ ตามอายุแต่ลดลงในอัตราไม่เท่ากัน คือ ปริมาณความต้องการทางเพศของผู้หญิงจะลดลงมากกว่าผู้ชาย
    เมื่อคนอายุประมาณ 35-40 ปี ปริมาณความต้องการทางเพศของผู้ชายจะลดลงเหลือประมาณ 80 % ของวัยหนุ่ม แต่ผู้หญิงจะลดลงเหลือประมาณ 30 % ของวัยสาว
    ถ้าปริมาณความต้องการทางเพศในวัยหนุ่มสาวอยู่ที่ 2-3 วันต่อครั้ง นั่นหมายความว่าในวัย 35-40 ปี
    ผู้ชายจะมีประมาณความต้องการทางเพศ 3-4 วันต่อครั้ง
    ผู้หญิงจะมีประมาณความต้องการทางเพศ 6-7 วันต่อครั้ง
    ปัญหาเกิดตรงประเด็นนี้คือ ผู้ชายเมื่อเวลาผ่านไป 3-4 วัน เขาจะเริ่มมีอารมณ์ทางเพศ ในขณะที่ผู้หญิงยังไม่มีอารมณ์ร่วมด้วย ต้องรอให้ครบ 6-7 วัน จึงจะเริ่มมีอารมณ์
    เมื่อผู้ชายมีอารมณ์ทางเพศ เขาก็จะพยายามมีเพศสัมพันธ์ด้วย แต่ผู้หญิงไร้อารมณ์อาจจะมีแต่ความรำคาญใจ เมื่อผู้ชายมีอารมณ์แต่ผู้หญิงปฏิเสธไม่ให้ความร่วมมือ ต้องรอให้ครบกำหนด 6-7 วันก่อน นั่นคือผู้ชายจะต้องรอต่อไปอีกเป็นเวลา 3-4 วันหลังจากเขาเริ่มมีอารมณ์
    ผู้ชายจึงเกิดอารมณ์หงุดหงิด ทนทุกข์ทรมานและคิดไปต่างๆ นานา และด้วยความไม่เข้าใจถึงสาเหตุที่แท้จริง อาจก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา เช่น
    – บางคน อาจน้อยใจคิดว่าตนเองไม่มีเสน่ห์แล้วหรือ? ภริยาจึงไม่ยอมมีเพศสัมพันธ์ด้วย
    – บางคน อาจคิดระแวงว่าภริยาแอบไปมีอะไรกับคนอื่นหรือไม่ ?
    – บางคน ภริยาไม่ยินยอมมีเพศสัมพันธ์ด้วย ก็ใช้กำลังขืนใจ
    – บางคน ภริยาไม่ยินยอมมีเพศสัมพันธ์ด้วยก็ไปเที่ยวหญิงบริการหรือมีภริยาน้อยทดแทน
    – บางคน ก็อย่าร้างเพื่อไปแต่งงานกับคนอื่นที่คิดว่าจะตอบสนองตนเองได้ดีกว่า
    – บางคน อารมณ์ไม่ดี หงุดหงิด พาลทำสิ่งแย่ๆ ประชดชีวิต

    เมื่อคุณเข้าใจธรรมชาติความแตกต่างของปริมาณความต้องการทางเพศที่ไม่สมดุลระหว่างหญิงกับชาย และปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากความไม่สมดุลดังกล่าว คุณก็ควรเข้าใจซึ่งกันและกัน, ให้อภัยกัน, พยายามหาทางออกที่เหมาะสม และพยายามช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

    • ขอบคุณคุณชูเจตต์มากที่ช่วยชี้แนะเรื่องการครองคู่ครับ
      ผมรู้สึกเหมือนคุณชูเจตต์เป็นประธานในพิธีแต่งงานกำลังให้โอวาทกับบ่าวสาว
      ในฐานะเจ้าบ่าวหมาดๆ ขอน้อมรับโอวาทนี้ไว้ด้วยความตั้งใจที่จะนำไปปฏิบัติครับ
      อันที่จริงแต่งมาสักพัก หลายๆ สิ่งที่คุณชูเจตต์แนะนำผมก็เริ่มเห็น
      แล้วก็เริ่มพยายามปรับแล้ว ซึ่งก็ไม่ง่ายเลย แต่ก็รู้ว่าต้องพยายาม
      ไม่ใช่จะตามใจตัวเองได้ทั้งหมด เหมือนตอนยังโสด ฝากเป็นกำลังใจให้ผมและภรรยาด้วยนะครับ :)

  16. คุณเอพูดซะผมแก่เลย จริงๆ ผมก็แก่แล้ว ยังนึกว่าตัวเองเด็กอยู่เลย ฝากเป็นกำลังใจให้ครับ
    ผมก็อย่างนี้แหละ ชอบสอนแต่ไม่ค่อยมีคนฟัง ผมจัดอยู่ในจำพวกบ้าในสายตาคนอื่น
    จากที่ผมวิเคราะห์ คุณเอประสบความสำเร็จด้านการสร้างความมั่งคั่งแน่นอนครับ
    คนเราจะรวยจนก็ขึ้นอยู่กับนิสัยและพฤติกรรม นิสัยและพฤติกรรมคุณเอเป็นแบบคนรวย ดังนั้นคุณเอเป็นเศรษฐีแน่นอน
    ผมเสียดายที่มีความรู้เกี่ยวกับเงินและการลงทุนช้าไปหน่อย เลยมีเวลาสร้างความมั่งคั่งไม่มากนัก
    ส่วนคุณเอมีความรู้เรื่องนี้เร็วและลงมือเร็ว ความมั่งคั่งของคุณเอย่อมจะเกิดขึ้นมากมาย
    ขณะนี้ผมกำลังจะสร้างหลานชายให้เหมือนกับคุณเออยู่ โดยพยายามให้เรียนรู้ หาที่ให้เรียนรู้ หาที่ปรึกษา และจัดตั้งชมรมประมาณ 5-6 คน เพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ขณะนี้มีสมาชิก 2 คน คอร์สสัมมนาคุณเอตรงใจผมมากเลย เพราะหลานผมยังมีนิสัยและพฤติกรรมเป็นแบบคนจนอยู่ ผมต้องปรับเปลี่ยนเขาในประเด็นนี้ก่อน เพราะมันคือจุดเริ่มต้นของความมั่งคั่ง
    เจอกันในงานสัมมนาครับ จริงๆ อยากพูดคุยปรึกษาและรู้จักคุณเอมากเลย ไม่รู้จะยินดีหรือเปล่า
    ข้อมูลส่วนตัว ผมจบบริหารสาธารณสุขศาสตร์ มสธ. ปี 28 อันดับ 1 ภาควิชา หลานชายเรียนวิศวะแมคคาทรอนิคลาดกระบัง ขึ้นปี 3
    ยินดีที่ได้พูดคุยด้วยครับ

  17. ขอบคุณมากครับ สำหรับข้อคิดครับ My Idol

  18. เพิ่งเจอบทความอันนี้ หลังจากที่ทะเลาะกับที่บ้าน เพราะความคิดที่คนอื่นมองว่าประหลาด แต่เราคิดคล้ายๆ คุณนั่นแหละ
    ตอนแรกจะไม่จัดเลย แค่จะจดทะเบียนถูกต้องตามกม. ก็พอ (แฟนเป็นต่างชาติ) แต่แม่ไม่โอเค น้อง 2 คนรุมด่า เพราะแคร์สายตาประชาชีที่เวลามีปัญหา ไม่ได้มาช่วยแก้ไข เผลอๆ กระทืบซ้ำ

    พอแฟนเป็นต่างชาติ เค้าก็คิดว่าคงรวยกันมาก ขอนั่นนู่นนี่ บลาๆๆๆๆ จนเราเหวี่ยงบ้านแตก หน้าเป็นตูดทุกวัน

    งานแต่งที่เราอยากได้ จดทะเบียนถูกต้องตามกม. กินข้าวกันในครอบครัวของเราแฟน และญาติสนิท ย้ำนะว่าญาติสนิทจริงๆ

    แต่เอาเหอะ ทำอะไรไม่ได้ พูดให้ฟังเฉยๆ แต่ print บทความของคุณให้แม่อ่าน อยากได้ของรับไหว้เป็นอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ผ้าขนหนู

  19. ตัวอย่างของความพอเพียงอันแท้จริงครับ เรียบง่าย มีเหตุมีผล มองไกลถึงอนาคต

LEAVE A REPLY