ผมเพิ่งจะวางสายโทรศัพท์
จากพิธีกรรายการทีวีด้านการเงินส่วนบุคคลรายการหนึ่ง
เป็นรายการใหม่เอี่ยม ที่กำลังจะออกฉายเร็วๆ นี้

และเป็นรายการที่จะใช้ Theme คำสอนเรื่อง
หัวใจเศรษฐี” หรือ “อุ อา กะ สะ” ของพระพุทธเจ้า
ในการดำเนินรายการทั้งหมด ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก
เพราะอาจหมิ่นเหม่ เจอคนที่ไม่เข้าใจคิดว่าเป็นเรื่องล้าสมัยไปได้

แต่ผมบอกได้เลยครับว่า ใครที่เข้าใจ และนำคำสอนนี้มาใช้แบบเต็มที่จริงๆ
จะประสบความสำเร็จทางการเงิน (และในชีวิตเรื่องอื่นๆ) ได้แน่ๆ
และได้แบบรวดเร็ว มั่นคง ยั่งยืนด้วย

แค่คุยเรื่อง “อุ” หรือ “อุฏฐานสัมปทา” เรื่องเดียวก็มันส์แล้วครับ
สำหรับผม ถือว่าเป็นหลักคิด “ต้นทางแห่งการสร้างฐานะ” เลย
เพราะเป็นคำสอนเกี่ยวกับ

การหาเลี้ยงชีพ ความขยัน ความชำนาญ การหมั่นตรวจสอบทบทวนตนเอง

ทำให้ผมได้เปิดประเด็นพูดคุยกับพิธีกรท่านนั่นว่า…


คนเราควรจะเป็นที่สุดให้ได้สักเรื่อง!

ไม่ต้องถึงกับเป็นที่หนึ่งหรอกครับ…
เพราะโลกนี้มีคนต้องการความช่วยเหลือในด้านต่างๆ เยอะมาก
จนคนที่เป็นที่หนึ่งคนเดียว ไม่มีทางช่วยไหวแน่ๆ

ผมว่าแค่เป็นคนที่ลูกค้าหรือคนในวงการเดียวกัน ยอมรับในฝีมือก็พอแล้ว
เอาแบบที่ว่า ใครจะหาคนทำงานด้านนี้สักคน ต้องมีชื่อเราอยู่ในโผ ก็เป็นอันใช้ได้

หรืออย่างแวดวงไหนที่มีรุ่นเก๋าๆ เค้าทำกันอยู่เต็มแล้ว
อย่างน้อย หากเทียบกับรุ่นใหม่ๆ ด้วยกัน เราก็มีฝีมือเยี่ยมกว่าใครก็ใช้ได้เหมือนกัน

(ผมเองยังชอบโม้บ่อยๆ ว่า ในสายวิทยากรที่บรรยายเรื่องการเงินส่วนบุคคลเนี่ย
หากล๊อคสเปคไว้ที่อายุประมาณ 30 เศษๆ ด้วยกัน ก็ต้องมีชื่อผมอยู่คนนึงล่ะ ^_^)


เก่งแค่เรื่องเดียวจะพอเหรอ ?

แน่นอนครับว่าคนเรามันต้องมีหลายทักษะอยู่แล้ว
แต่นี่เรากำลังพูดถึง “ทักษะหลัก” ที่จะเอาไปสร้างฐานะ

ซึ่งผมว่าสมัยก่อน เก่งเรื่องเดียวอาจจะไม่พอ
เพราะ “ออร่า” ของคนเก่ง อาจจะเฉิดฉายไปไม่ถึงตาคน
แต่เดี๋ยวนี้… ไม่แน่! ยิ่งมีช่องทางออนไลน์ต่างๆ
ที่ทำให้คนสามารถ Present ตัวเองได้ตรงและง่ายขึ้น
เก่งแค่เรื่องเดียว จัดการดีๆ ก็หารายได้ได้มากอย่างน่าอัศจรรย์แล้วครับ

ตัวอย่างเช่น

  • รับเขียนคิ้วอย่างเดียว
  • รับแต่งหน้าอย่างเดียว
  • วาดรูปอย่างเดียว
  • ออกแบบเว็บอย่างเดียว
  • ทำหนังโฆษณาอย่างเดียว
  • เขียนหนังสืออย่างเดียว
  • เป็นวิทยากรอย่างเดียว
  • ทำ Excel อย่างเดียว
  • ทำ PowerPoint อย่างเดียว
  • ทำ App / Programming อย่างเดียว
  • ทำ Internet Marketing อย่างเดียว
  • บริหารโครงการ (Project Management) อย่างเดียว
  • ทำอาหารเก่งอย่างเดียว (ทำแค่เมนูเดียวยังมีเลยครับ)
  • เป็นนายหน้าอย่างเดียว
  • เป็นนักวางแผนการเงินอย่างเดียว
  • เป็นตัวแทนประกันอย่างเดียว
  • รับจัดงานแต่งงานอย่างเดียว
  • รับดูแลสัตว์อย่างเดียว
  • เป็นเซลส์อย่างเดียว
  • ฯลฯ

จริงๆ ก็ไม่ได้มีแค่นี้หรอกครับ มันมีอีกเยอะ แต่ผมนึกเร็วๆ ได้แค่นี้
ซึ่งบอกได้เลยว่า ระดับของคนที่ฝีมือจริงๆ ตามงานนี่ลิสต์มาข้างบนนี้
การจะมีรายได้หลักแสนถึงหลายแสนต่อเดือน ถือเป็นเรื่องปกติ (บางท่านได้มากกว่า CEO)

แต่ปัญหาของคนกลุ่มนี้ก็มีนะครับ ถือเป็นปัญหาที่น่าอิจฉา (Good Problem) ทีเดียว
คือมักจะ “รับงานไม่ไหว” จนต้อง “คัดลูกค้า” ออก หรือไม่ก็ต้องให้รอคิว

แต่หาเงินได้มากๆ ยังไม่ได้การันตีว่าจะประสบความสำเร็จทางการเงินนะครับ
บางคน ยิ่งหาได้เยอะ ก็ยิ่งใช้เยอะ มันก็ยังต้องดูว่าบริหารจัดได้ดีรึเปล่า
และหลัก “หัวใจเศรษฐี” ก็ไม่ได้มีเรื่องเดียวครับ ยังเหลือ “อา กะ สะ” อีกด้วย


จะเอาแนวคิดเรื่องนี้ไปใช้ยังไง ?

ไม่อยากให้แค่อ่านแล้วก็ผ่านๆ ไปนะครับ
หากมันพอจะสร้าง “แรงบันดาลใจ” ได้บ้าง
ก็อยากให้ช่วย “บันดาลสมอง” ให้คิด และ “บันดาลมือ” ให้ทำด้วย

ทุกๆ ทักษะมีค่าทั้งนั้น… อย่าไปดูถูกมันครับ
เหตุผลหนึ่งที่เราเห็นมันไม่มีค่า ก็เพราะเรายังทำมันได้ไม่เจ๋งพอด้วยครับ
อย่างผมรับจ๊อบเป็นวิทยากรอิสระเนี่ย เห็นเรทค่าวิทยากรแล้ว
บอกได้เลยว่าระหว่างหน้าใหม่ๆ กับรุ่นเก๋าๆ มันต่างกันมากๆๆ

ดังนั้น ทักษะอะไรที่เรามี “เชื้อ” ที่ดีแล้ว คือทำแล้วสนุก ยิ่งทำยิ่งรัก
เป็นอะไรที่น่านำมา “พัฒนา” ต่อให้ถึงที่สุดครับ

ส่วนจะพัฒนายังไงนั้น ผมมีเขียนไว้แล้ว เชิญตามไปอ่านได้ที่
http://www.a-academy.net/blog/time-mgmt-learning/

5 COMMENTS

  1. 30 เศษๆ นี่ผมรู้จักคุณ A คนเดียวเองครับ ฮ่าๆๆ
    ตั้งเป้าหมายขอเป็นที่สุด สาย ทำ App / Programming อย่างเดียว ดูว่าจะไปได้แค่ไหน ^^

  2. อยากเป็นนักวางแผนการลงทุน มีอะไรแนะนำด้วยนะคะ เพิ่งเริ่มต้นจริงๆ ได้แรงบันดาลใจจากที่นี่เลยค่ะ

  3. ทำ App / Programming อย่างเดียว
    เป็นคำที่กว้างมากถ้าคุนอยู่ในสายนี้

LEAVE A REPLY