ผมเชื่อเสมอว่า Action เล็กๆ ที่เราทำในแต่ละวัน… เปลี่ยนชีวิตเราได้
หนึ่งใน Action ที่ผมอยากให้ทุกท่านลองทำดูคือ…

ย้าย 1 ชั่วโมงท้ายของวัน… มาอยู่ที่ 1 ชั่วโมงแรกของวัน


1 ชั่วโมงท้ายของวันคืออะไร ?

สำหรับผมมันมักจะเป็นชั่วโมงที่เหนื่อยล้ามากแล้ว
ส่วนใหญ่ก็เกือบจะเที่ยงคืน แต่ก็ยังไม่ยอมหลับไม่ยอมนอน

กิจกรรมประจำคือขลุกอยู่หน้าคอมพิวเตอร์
บางทีก็สไลด์จอมือถือ ดูนั่นดูนี่ไปเรื่อยๆ
ช่วงที่ฟิตหน่อย ก็พยายามอ่านหนังสือพัฒนาตัวเอง
หรือไม่ก็นั่งสมาธิ… ซึ่งทำไป ก็หลับไปด้วย

ผมพบว่ามันเป็นชั่วโมงที่ไม่ค่อยดี
ไม่ค่อยเกิดผลลัพธ์อะไรกับชีวิตเท่าไร
รู้สึกอยู่ลึกๆ ในใจว่าที่ทำอยู่ไม่ค่อยถูกต้อง

บางทีก็สงสัยว่า ทำไมเอาเรื่องสำคัญมาทำเป็นเรื่องสุดท้าย?


แค่เปลี่ยนนิดเดียว!

ผมจำไม่ได้แล้วว่าทำไมถึงเปลี่ยน แต่คุ้นๆ ว่า อยู่ดีๆ มันก็คิดได้เอง
เกิดความคิดว่า ทำไมไม่ย้ายเอาชั่วโมงนี้ไปไว้ตอนเช้าแทน ?

ผมเริ่มจัดตารางใหม่คือ

นอนเร็วขึ้น 1 ชั่วโมง และตื่นเช้าขึ้น 1 ชั่วโมง

ซึ่งมันก็ยากมากๆ เพราะความเคยชิน
มันทำให้ผมไม่อยากตอนตอนดึก… และไม่อยากตื่นตอนเช้า
แต่เรื่องการสร้างอุปนิสัย มันต้อง “หักดิบ” ครับ

ก็คือทำทั้งๆ ที่ไม่อยากนั่นแหละ
พอถึงเวลาก็ด่าตัวเองว่า… “มึงจะเอายังไง


ชีวิตเปลี่ยน (จริงๆ นะ)

1. นอนอิ่มขึ้น

เริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงว่า

จำนวนชั่วโมงที่นอน… มีผลน้อยกว่าเวลาที่เริ่มต้นนอน

คือการนอน 6 ชั่วโมง ระหว่าง เที่ยงคืนถึงหกโมงเช้า
เทียบกับการนอน 6 ชั่วโมงเท่ากัน แต่ระหว่าง ห้าทุ่มถึงตีห้า
พลังชีวิต และความกระชุ่มกระชวยในวันถัดไปมันต่างกันเยอะ
(แรกๆ จะไม่ชิน แต่ต้องลองสังเกตครับ)

2. ระบบขับถ่ายดีขึ้น

ผมเป็นคนท้องอืด พอตื่นมาก็จะพยายามกินน้ำเยอะๆ
พบเลยว่า ถ้าตื่นสาย ให้กินน้ำให้ตาย มันก็ไม่ยอมออกมา
แต่พอตื่นเช้าขึ้นแค่ชั่วโมงเดียว บางทียังไม่ทันกินน้ำเลยข้าศึกก็พร้อมจะโจมตีแล้ว

3. ไม่ต้องเผชิญรถติด

สมัยทำงานประจำ ผมมักจะออกจากบ้านประมาณ 6-7 โมงเช้า
เพราะบ้านผมอยู่บางกะปิ ที่ทำงานอยู่สีลม
ซึ่งพอจะทราบใช่มั๊ยครับว่า รถติดแค่ไหน
ผมใช้เวลาเดินทางเฉลี่ยประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง กว่าจะถึงที่ทำงาน!

ซึ่งพอเปลี่ยนมาออกตี 5 กว่าๆ ผมก็ได้พบกับโลกใหม่!
ถ้าในทางธุรกิจเค้าก็เรียกว่าเป็น Blue Ocean Strategy
คือรถบนถนนมันน้อยลงมาก การเดินทางสะดวกขึ้น เครียดน้อยลง
ผมได้เวลาคืนมาให้ชีวิตอีก 45-60 นาที ซึ่งมันมีค่ามากๆ ประเมินเป็นเงินไม่ได้เลยครับ

4. ได้มีชั่วโมงทองคำ (Golden Hour)

ถึงแถวออฟฟิส ผมนั่งทานข้าวเช้าเงียบๆ สงบๆ ไม่วุ่นวาย
เสร็จแล้วซื้อกาแฟสดสักแก้ว ถือขึ้นไปดื่มบนออฟฟิส
พูดสวัสดีกับพี่ รปภ. ซึ่งกำลังจะเปลี่ยนกะ (กะดึกกลับบ้าน กะเช้ามาแทน)
ทักทายพี่ๆ แม่บ้าน ที่จะเริ่มทำความสะอาดออฟฟิสตอนเช้า

ผมรู้สึกเป็นเจ้าของออฟฟิส ^-^

มันเงียบ สงบมาก… ผมวางกาแฟลง
และหยิบหนังสือดีๆ ที่เก็บไว้นานแล้ว ขึ้นมาอ่าน
อ่านไป จิบกาแฟไป… ฟินมากๆ
มันเป็นการอ่านอย่างมีสติ ไม่ง่วง ดีกว่าการอ่านกลางคืนเยอะมาก

ถ้าต้องมีงานส่วนตัวที่เคยขลุกอยู่กับคอมพ์ตอนดึกๆ
ผมก็จะเอามาทำตอนนี้แทน ซึ่งสมาธิดี เน็ตก็เร็ว
ไม่รู้สึกเร่งรีบอะไร

บางวันผมก็นั่งลงกับพื้น
หลับตา ดูลมหายใจ นั่งสมาธิอยู่ที่โต๊ะทำงานนั่นล่ะ
ไม่ต้องกลัวใครว่าบ้า เพราะยังจะไม่มีใครมา
จนกว่าจะอีกชั่วโมงกว่าๆ

ผมเรียกมันว่า ชั่วโมงทองคำ (Golden Hour)
เริ่มเสพติดมันมากๆ ประเภทที่ขาดไม่ได้
และผมได้พัฒนาตัวอย่างมากๆๆๆ จากชั่วโมงทองคำนี้!


ชักจะเลยเถิด!

ขั้นตอนต่อไปนี้ ไม่จำเป็นต้องทำตามนะครับ
แต่ผมเริ่มจะเลยเถิด คือจากเดิมที่ย้ายแค่ 1 ชั่วโมง
ก็เริ่มจะกลายเป็นย้าย 2 ชั่วโมงท้าย มาไว้ที่ 2 ชั่วโมงแรกแทน

ผมเริ่มนอน 4 ทุ่มกว่าๆ แล้วออกจากบ้านตี 4 กว่า!

เริ่มไม่ต้องขึ้นทางด่วน เพราะไม่รู้จะขึ้นทำไม ในเมื่อข้างล่างมันโล่ง

เริ่มมีปัญหา… ว่าหาข้าวเช้ากินไม่ได้ เพราะร้านยังไม่เปิด!

แต่มันก็ไม่ซีเรียสอะไรครับ… จัดการได้
แลกกับชั่วโมงทองที่เพิ่มขึ้นเป็น 2 ชั่วโมง มันคุ้มมากครับ อิอิ


ลองทำดู

เขียนมาทั้งหมด ก็เพื่อจะแชร์ Action เล็กๆ ที่มีอิทธิพลกับชีวิตผม
บางท่านอาจเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย มันอยู่ที่วิถีชีวิตและความพอใจของแต่ละคนเลยนะครับ

ผมแค่อยากชี้ให้เห็นเท่านั้นว่า

การปรับอะไรเล็กๆ ในชีวิตเพียงไม่กี่อย่าง อาจจะมีผลอย่างมากต่อชีวิตที่เหลือของเรา

มาหาสิ่งนั้นให้เจอ แล้วปรับมันกันเถอะครับ ^-^

ปล. ผมเขียนโพสนี้ ในชั่วโมงทองคำของผมด้วยครับ

7 COMMENTS

  1. เริ่มและล้มหลายครั้งแล้ว แต่ยังเอาชนะใจตัวเองไม่ได้ซักทีครับ
    เอาใหม่ๆ

  2. ผมกำลังพยายามอยู่เหมือนกันครับ ส่วนใหญ่นอนเร็วขึ้นจริง แต่ตอนตื่นเวลาเดิม 555

  3. ช่วงนี้มีชั่วโมงทองคำได้เกือบเดือนแล้วครับ และเห็นด้วยมากๆ กับการใช้ชั่วโมงทองคำในการพัฒนาตนเอง ขอบคุณมากครับ

  4. ผมก็เป็นครับ
    ตื่น ตี5ครึ่ง มายืดเส้นยืดสาย แล้วก็ทำอาหารเช้า (ผลัดกันทำกับภรรยา) หกโมงก็จะไปอาบน้ำแต่งตัว เสร็จแล้วก็จะมากินข้าวเช้า ทำกาแฟดริปกิน จะออกจากที่พักประมาณ 6.30 ถึงที่ทำงาน 6.50 เริ่มงาน7 โมงครับ

    ยอมรับเลยว่า สุขภาพจิตกับสุขภาพกายดีขึ้นมากเลย ได้ใช้เวลากับภรรยาตอนเช้ากินข้าวกัน ไม่เจอรถติด ได้ยืดเส้นยืดสาย ไม่ต้องกดอันอารมณ์เสีย เนื่องจากการเร่งรีบ ในตอนเช้า

  5. เป็นเรื่องที่จริง ทำอยู่ เช่นกัน บทความของคุฯเอ ทุกบทความเป็น main key ในการดำเนินชีวิตทุก part ครอบคลุมจริงๆค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักผ่านบทความนะค่ะ และขอขอบคุณที่แบ่งปันสิ่งดีๆให้แก่กัน

  6. ไว้จะลองดูค่ะ สิงอยู่ในเว็บนี้มาสักระยะ บทความของคุณเอและวีดีโอดีมากๆเลย เป็นแนวทางในการใช้ชีวิต สร้างแรงบันดาลใจและวางแผนการเงิน ตอนนี้พึ่งเรียนจบและทำงานมาเกือบจะครบ1ปีแล้ว ยังรู้สึกเสียดายทำไมไม่เจอเว็บนี้ก่อนหน้านี้นะ ตอนนี้กำลังไล่ศึกษาบทความกับวีดีโอของคุณเออยู่ ขอบคุณนะคะที่แบ่งปันสิ่งดีๆให้แก่กัน🙃🙂

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here