สามารถดูวิดีโอบทสัมภาษณ์ช่วงที่กล่าวถึงในบทความได้ ที่นี่

ผมมีโอกาสได้ดู Clip นี้ของ Jack Ma ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Alibaba.com ซึ่งให้สัมภาษณ์ในรายการโทรทัศน์ช่อง KBS ของประเทศเกาหลีใต้เมื่อเดือน พ.ค. 2015 ที่ผ่านมานี้ ตอนแรกก็ฟังไปเพลินๆ ครับ เพราะ Jack Ma ให้คำแนะนำกับคนรุ่นใหม่ ว่าในแต่ละช่วงวัย ควรจะทำอะไร เช่น

  • ก่อนอายุ 20 ควรตั้งใจเรียน (Be a Good Student) อยากจะลองอะไรให้ลอง รีบล้ม รีบลุก
  • ก่อนอายุ 30 ควรหาแบบอย่างสักคน (Find a Boss to Follow)
  • อายุ 30 – 40 ควรทำงานสร้างเนื้อสร้างตัวให้กับตัวเอง (Work for Yourself)
  • อายุ 40 – 50 ควรมุ่งทำเฉพาะสิ่งที่เราทำได้ดี (Focus on What You’re Good at)
  • อายุ 50 – 60 ควรทำงานร่วมกับคนรุ่นใหม่ ลงทุนในคนรุ่นใหม่ เพราะเค้าเก่งกว่าเรา
  • หลังอายุ 60 ควรใช้เวลาไปกับความสุขของตัวเอง

ซึ่งระหว่างกำลังจดๆ อยู่นั้น ก็ต้องอึ้งกับคำถามของนักศึกษาคนหนึ่ง ซึ่งถามเป็นภาษาเกาหลี (แล้วดันไม่มีแปลเป็นภาษาอังกฤษ) แต่ผมเดาว่าคำถามคือ “ในชีวิตนี้คุณเคยเสียใจ ร้องให้กับเรื่องอะไรมั๊ย ?

และนี่คือสิ่งที่เค้าตอบครับ…


สิ่งที่ทำให้ Jack Ma เสียใจ

  • เสียใจที่เปิดตัวกับสื่อ/กับสาธารณะชน มากเกินไป ทำให้สูญเสียความเป็นส่วนตัว
  • ทำงานหนักจนไม่มีเวลาให้กับครอบครัว
  • ธุรกิจมีปัญหามากมายที่ต้องจัดการ

เค้าถึงกับบอกว่า “ถ้ามีโอกาสอีกครั้ง… คงไม่เลือกชีวิตแบบนี้” เพราะภรรยาของเค้าก็ถึงขั้นเอ่ยปากว่า “คุณไม่ได้เป็นของฉันหรอก แต่คุณเป็นของบริษัทต่างหาก” และยังทิ้งท้ายเป็นข้อคิดไว้ด้วยว่า คนเราต่างก็มีมุมมองต่อชีวิตที่แตกต่างกัน บางคนเห็นคนที่รวยก็อาจเรียกคนนั้นว่าเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต… ซึ่งก็อาจจะไม่ใช่ หรือพอเห็นคนจนก็อาจจะบอกว่าคนนี้ล้มเหลวเป็นคนที่แย่ ซึ่งก็อาจไม่ใช่อีกเช่นกัน เพราะเราก็ต่างเลือกทางเดินชีวิตของตัวเราเอง

ยังไงก็ตาม ก่อนจะจบการสัมภาษณ์เค้าก็บอกว่า สำหรับเค้ามันสายไปแล้วที่จะมาเสียใจ เค้ายังมีเวลาอีก 10-20 ปีที่ต้องไปต่อ ก็ขอให้มีความสุขกับชีวิตไป อยู่กับสิ่งที่เป็นให้มีความสุข…


เราเรียนรู้อะไรได้บ้าง ?

ผมไม่รู้จัก Jack Ma อะไรมากมาย แล้วก็ไม่ได้นับถือเค้ามากมายนักเช่นกัน แต่ก็ชื่นชมทุกครั้งเวลาที่เห็นเค้าให้สัมภาษณ์ในที่ต่างๆ มันสัมผัสได้ถึงความ “จริงใจ” และความเป็น “มนุษย์” ซึ่งก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบ

ผมคิดว่าชีวิตของเค้าจากบทสัมภาษณ์สั้นๆ แค่ 4 นาทีนี้ ได้ “สอน” เราไว้ค่อนข้างดี ว่าเราควรใส่ใจกับรายละเอียดของชีวิตให้มาก โดยเฉพาะเรื่อง “สมดุลชีวิต” ด้วย เพราะบางครั้งการได้อะไรมามากมาย… สิ่งที่ได้มานั้น มันอาจไม่คุ้มกับสิ่งที่เสียไป เพราะบางอย่างมันก็ประเมินค่าไม่ได้ หรือไม่อาจกลับไปแก้ไข

แต่เค้าก็ยังได้สอนเราอีกเรื่องหนึ่งคือ เมื่อมันเป็นไปแล้ว “เราก็ต้องอยู่กับปัจจุบันให้ดี” ทำสิ่งที่ยังมาไม่ถึงให้มันดีที่สุด อย่ามัวไปเสียใจ กับสิ่งที่เรากลับไปแก้ไม่ได้ ให้เสียเวลาเลย


2 COMMENTS

Leave a Reply to writenote Cancel reply

Please enter your comment!
Please enter your name here